June 9, 2026
ปวดหัวทุกวัน แบบไหนแค่เครียด? แบบไหนอันตราย? เช็กลิสต์ก่อนสายเกินแก้
มีใครกำลังเป็นแบบนี้บ้างไหม? ตื่นเช้ามาก็มีเรื่องให้คิด เข้าออฟฟิศมาก็ต้องเจอเดดไลน์งาน จ้องหน้าคอมพิวเตอร์ติดต่อกันวันละ 8-10 ชั่วโมง พอตกบ่ายทีไร อาการปวดหัวตุบ ๆ ปวดหนึบ ๆ รอบศีรษะก็มาเยือนทุกที จนต้องคอยหยิบยาแก้ปวดมากินประทังอาการไปวัน ๆ
อาการปวดหัวบ่อยหรือปวดหัวทุกวัน เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพสุดคลาสสิกของคนวัยทำงาน หลายคนมักจะคิดว่า “ก็แค่ปวดหัวจากความเครียดธรรมดา นอนพักเดี๋ยวก็คงหาย” แต่ความจริงแล้ว อาการปวดหัวนั้นมีหลายรูปแบบ และบางรูปแบบอาจไม่ใช่แค่เรื่องปวดหัวธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนจากโรคร้ายในสมองที่อันตรายถึงชีวิตได้เลย
วันนี้ใกล้หมอเลยอยากชวนทุกคนมาเช็กอาการปวดหัวของตัวเองด้วยเกณฑ์ประเมินทางการแพทย์ เพื่อดูว่าอาการของคุณเข้าขั้นอันตรายหรือยัง?
ปวดหัวที่ไม่ได้เกิดจากโรค แต่สร้างความทรมานได้ในทุก ๆ วัน
กว่า 95% ของอาการปวดหัวที่คนไข้มาพบหมอที่คลินิก มักจะเป็นการปวดหัวประเภทปฐมภูมิ (Primary Headache) หมายถึงการปวดที่ไม่ได้เกิดจากโรคอันตรายในสมอง แต่เกิดจากระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ โดยสองโรคที่ฮิตที่สุดคือ
- ปวดหัวจากกล้ามเนื้อเกร็งตัว (Tension-Type Headache)
- อาการ: ปวดตื้อ ๆ หนึบ ๆ เหมือนมีอะไรมารัดแน่นรอบศีรษะ มักปวดบริเวณขมับ หน้าผาก หรือท้ายทอยทั้งสองข้าง โดยอาการจะค่อย ๆ ปวดในช่วงบ่ายหรือเย็นหลังทำงานหนัก แต่ไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วม
- สาเหตุ: มักเกิดจากความเครียดสะสม พักผ่อนน้อย การจ้องหน้าจอนาน ๆ หรือท่านั่งทำงานที่ไม่ถูกต้อง (Office Syndrome)
- ปวดหัวไมเกรน (Migraine)
- อาการ: ปวดหัวข้างเดียวหรือปวดตุบ ๆ ตามจังหวะชีพจร ความรุนแรงค่อนข้างมากจนรบกวนการทำงาน มักมีอาการร่วมคือ คลื่นไส้ อาเจียน และแพ้แสงจ้าหรือเสียงดัง บางคนอาจมีอาการเตือน (Aura) นำมาก่อน เช่น เห็นแสงระยิบระยับในตา
- ข้อควรระวัง: การทานยาแก้ปวดพาราเซตามอล หรือยาแก้ปวดกลุ่มทริปแทน (Triptans) มากกว่า 10-15 วันต่อเดือน อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะ “ปวดศีรษะจากการใช้ยาเกินขนาด” ซึ่งทำให้การปวดหัวแย่ลงและรักษายากขึ้น
เช็กลิสต์ SNOOP: Red Flags ของการปวดหัวที่ต้องส่งรพ. ทันที
แล้วปวดหัวแบบไหนล่ะที่เกิดจากความผิดปกติรุนแรงในสมอง เช่น เส้นเลือดในสมองแตก สมองอักเสบ หรือเนื้องอกในสมอง?
ทางการแพทย์ระดับสากลแนะนำให้ใช้หลักเกณฑ์ “SNOOP” ในการจับสังเกตสัญญาณอันตรายดังนี้(ศึกษา Red Flags เพิ่มเติมได้จาก https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6340385/)
- S – Systemic Symptoms (อาการที่เกิดขึ้นทั่วร่างกาย) มีอาการปวดหัวร่วมกับมีไข้สูง หนาวสั่น คอแข็งเกร็ง น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสาเหตุ หรือในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคมะเร็งหรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- N – Neurologic Symptoms (อาการผิดปกติทางระบบประสาท) ปวดหัวร่วมกับมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงครึ่งซีก แขนขาชา เดินเซ พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว มองเห็นภาพซ้อน หรือมีอาการชักเกร็ง
- O – Onset (ลักษณะเริ่มต้นของอาการปวด) ปวดหัวแบบฉับพลันทันทีรุนแรงที่สุดในชีวิตเหมือนมีระเบิดในหัว (Thunderclap Headache) โดยอาการปวดพุ่งขึ้นสูงสุดในเวลาไม่ถึง 1 นาที
- O – Older Age (ปวดหัวเมื่ออายุเยอะ) เริ่มมีปวดหัวครั้งแรกในชีวิตเมื่ออายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป หรือปวดหัวเรื้อรังที่มีรูปแบบเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
- P – Pattern Change / Progressive (รูปแบบการปวดที่แย่ลงเรื่อยๆ)อาการปวดหัวค่อย ๆ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละวัน ทานยาแก้ปวดก็ไม่ดีขึ้น หรือมีอาการปวดหัวรุนแรงตอนตื่นนอนตอนเช้า ร่วมกับมีอาการอาเจียนพุ่ง (เนื่องจากความดันในกะโหลกศีรษะสูงขึ้น)
หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการตรงกับเช็กลิสต์ SNOOP ข้อใดข้อหนึ่ง ต้องรีบไปโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT/MRI) ทันที
ปวดหัวบ่อย ส่งผลกับการใช้ชีวิตให้ใกล้หมอดูแล
หากอาการปวดหัวของคุณไม่ได้เข้าข่ายสัญญาณอันตราย SNOOP แต่ก็ปวดบ่อยจนน่ารำคาญใจ ต้องกินยาพาราแทบทุกวัน ไม่ต้องทนทรมาน แวะมาปรึกษาคุณหมอที่ ใกล้หมอ คลินิก ซอยเจริญรัถ 4 วงเวียนใหญ่ได้เลย
คุณหมอของเราพร้อมตรวจวินิจฉัยแยกอาการปวดหัวอย่างละเอียด พร้อมค้นหาปัจจัยกระตุ้นในชีวิตประจำวันของคุณ และวางแผนการรักษาที่ตรงจุด ทั้งการจ่ายยารักษาอาการปวดเฉียบพลัน ยาควบคุมป้องกันไมเกรน รวมถึงการแนะนำวิธีทำกายภาพบำบัดกล้ามเนื้อบ่าคอไหล่เพื่อแก้ปัญหาออฟฟิศซินโดรม
────────────────────────────────────────
💬 จองคิวพบแพทย์ได้เลย ไม่ต้องรอนาน
LINE: @KindMoreClinic https://kindmoreclinic.short.gy/ffJRV6
โทร: 02-124-5743
📍 ใกล้หมอคลินิก วงเวียนใหญ่ ซอยเจริญรัถ 4 | เปิดทุกวัน 08.00–20.00 น.